เรื่องเศร้าใจที่สุด

ฉันตื่นสายจนได้ กะอยู่แล้ว ฉันงัวเงีย ๆ นั่งซึมอยู่บนเตียงราว 2 นาที แล้วก็หยิบมือถือมาถู ๆ ไถ ๆ เช็คนู้นนี่ สักพักก็ลุกไปอาบน้ำ
ต้องเผชิญกับปัญหาอีกแล้วสินะ คุณไม่รู้หรอกว่าการทำงานกับคน (เคย) รัก มันน่าอึดอัดแค่ไหน  ฉันทำงานร่วมกับปีเตอร์ฉันมีธุรกิจเล็ก ๆ ร่วมกัน เขาอยู่ในส่วนปฎิบัติ ส่วนฉันก็ดูแลทั่วไปเรื่องเงิน เรื่องตลาด บริหาร

คำเตือน – อย่าทำธุรกิจกับแฟนตัวเอง

เมื่อเกิดปัญหาเรื่องงาน อย่าว่าจะช่วยกันหาทางออกเลย คุยกันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ต่างคนต่างมั่นใจในแนวทางของตัวเอง และไม่ยอมฟัง ถึงฟังก็นะ ฉันเข้าใจว่า ผู้ชายอีโก้เรื่องงานสูง แต่ความรอบคอบต่ำ ดังนั้นหน้าที่ฉันอีกอย่างเวลาเกิดปัญหาขึ้นมา ฉันจะเป็นคนรับผิดชอบทุกอย่างที่ฉันพยายามจะอธิบายส่วนของฉัน ก็ต้องจบที่การทะเลาะ ดังนั้น ฉันจึงเป็นฝ่ายเงียบ ปล่อยให้ปัญหามันเกิดและก็รับผิดชอบไป
การที่ทำงานกับคนประเภทที่ไม่ยอมรับผิด ถ้างานเกิดผิดพลาด หรือยอมกล่าวคำขอโทษใด ๆ มันน่าโมโหนะ บริษัทฉัน มีฉันเป็นผู้หญิงในที่ทำงานคนเดียว พลังอีโก้เลยอบอวลเต็มออฟฟิศ

ฉันเหนื่อย เบื่อหน่ายกับการทะเลาะ  ฉันกับปีเตอร์ เราจะทะเลาะกันทุกเทศกาล ปีใหม่ วาเลนไทน์ สงกรานต์ วันเกิด และวันนัขฤกษ์ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เป็นมานานแล้ว ตั้งแต่คบกันใหม่ ๆ ละ อาจจะเพราะฉันเป็นพวกเอาแต่ใจตัวเอง และชอบตั้งความหวังด้วยมั้ง
ฉันรู้ ว่าตัวเองใช่จะดี นิสัยเสียก็เยอะ ส่วนดีก็มี แต่หักลบกันก็คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้พิเศษอะไร ฉันเป็นคนหน้าตาธรรมดา บ้าน ๆ เจอได้ทั่วไปตามท้องถนน ไม่มีอะไรโดดเด่น  เดี่ยว มีสิ โดดเด่นสิ เด่นเลยละ สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล ๆ ฮ่า ๆ

ฉันอาบน้ำเสร็จแล้ว แต่งตัวสบาย ๆ แบบไร้สไตล์การแต่งตัว ไม่มี mix and match อะไรเลย แต่งไปงั้นละ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเซค แล้วก็แลคกิ้งหรือไม่ก็ถุงน้อยแบบยาวสีดำ ใส่จนเป็นยูนิฟอร์มประจำตัวไปแล้ว
ฉันเดินไปพร้อมหัวหลีบ ๆ ไม่ได้เป่าให้แห้ง หน้าไม่แต่ง เอาไว้ไปแต่งที่โต๊ะทำงาน สักพักได้ยินเสียงดังแบบอารมณ์เสีย ปีเตอร์ดุลูกค้าอีกแล้ว เฮ้อ คราวนี้อะไรอีกละ ลูกค้าไม่รู้เรื่อง พูดไม่รู้เรื่อง หรือไม่ได้ยินที่เขาพูด
ฉันลงไปนั่งที่เก้าอี้เงียบ ๆ เสียงก็เริ่มเบาลง ฉันเหลือบเห็นพนักงานอีกคน กำลังนั่งดูการ์ตูนสบายใจ  ฉันมองไปรอบ ๆ ออฟฟิศ อืม ลังเครื่องมือ ถุงเอกสาร ยังไม่เก็บอีกสินะ หลายวันแล้วนะ  นั่นก็ชั้นวางของ ซื้อมา 3 วันละ มันก็ยังตั้งอยู่ที่เดิม ไม่มีใครคิดจะทำอะไรกับมัน ฉันถอนหายใจ  เอาว่ะ ขอแต่งหน้า หวีผมก่อนละกัน

ฉันเดินไปคว้ากล่องเครื่องมือ สว่านเจาะผนัง เดินตรงไปที่ผนังพร้อมกับชั้นวางของ ต้องขอบคุณพ่อเลยละ ที่่สอนฉันเรื่องเครื่องมือมาบ้าง ฉันใช้เป็นอยู่นะ
หนุ่มสองคน เห็นฉันเตรียมตัวเจาะผนัง ก็กุรีกุจอเข้ามาทันที  คือต้องให้แอคชั่นก่อนใช่ไหมถึงจะเริ่มกันนะ
“พี่ครับ มา เดี่ยวผมทำเอง” พนักงานที่แสนเฉื่อยชาและชอบดูการ์ตูนในที่ทำงาน เอ่ย  ขอตั้งชื่อว่า นายสโลว์ก็แล้วกัน

สโลว์เป็นคนจิตใจดีนะ แต่ติดนิสัยเฉื่อยแฉะ ไม่กระตือรือร้น เวลาสั่งงานอะไรไปก็จะทำแค่นั้น  ไม่คิดจะเริ่มต้นทำอะไรหรือคิดจะทำอะไรเอง ยกตัวอย่างเช่น มีกระถางต้นไม้วางขวางทางเดิน ถ้าเป็นคนอื่น เขาก็จะยกมันไปเก็บไว้ หรือเอาไปวางไว้ให้พ้นทางเดิน แต่นายสโลว์ เขาจะเดินอ้อมกระถาง แล้วปล่อยให้มันวางไว้แบบนั้น ตราบนานเท่านาน บางทีฉันก็ไม่เข้าใจกระบวนการทางความคิดของเขาสักเท่าไร

วันนี้ช่างเป็นวันที่เงียบเหงาเหลือเกิน อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ยอดขายตกฮวบฮาบ มันยิ่งทำให้ฉันเครียดเข้าไปใหญ่ ไหนจะปีเตอร์ที่คอยตะคอกลูกค้าอีก ใครเขาจะซื้อ  รายจ่ายเท่าเดิม แต่รายรับลดลง ๆ เงินเก็บก็เริ่มเอามาใช้บ้างแล้ว โอ้ยอยากจะบ้าตาย ฉันจะทำไงดี หันไปมองสองหนุ่ม ไม่ได้สนใจอะไรกันเลย อีกคนก็ดูการ์ตูนต่อ อีกคนก็นั่งจ้องเฟซบุ๊ค ให้ตายเถอะ ุถามว่าฉันเคยพูด ว่า บ่นไหม  นี่ถ้าน้ำลายมันเป็นเลือดนะ ฉันว่า เเลือดฉันคงหมด และคงตายไปแล้ว  ฉันเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ทุกวัน ถามอีก ทำไมไม่ไล่ออกไปเลยละ หาคนใหม่สิ ฉันทำไม่ได้หรอก พวกเขามากับฉันตั้งแต่ต้น อีกอย่างตอนนี้ฉันก็ไม่มีปัญญาจ้างคนใหม่เขามาทำงาน

ฉันทำงานจนถึง 5 โมงเย็น พอละสำหรับวันนี้ ไม่ไหว ปวดหัว เหนื่อย เครียด ฉันพับโน้ตบุค ยัดมันเข้าไปในลิ้นชัก ล็อคกุญแจ คว้ากระเป๋าเงิน ไปตลาดดีกว่า  ตลาดกัพออฟฟิศอยู่ไม่ไกลกัน เดินไปประมาณ 5-10 นาทีก็ถึง
ฉันได้อาหารสำหรับมื้อเย็น  เป็นแกงเขียวหวานกับข้าวสวย และสัปปะรดปิดท้าย ฉันเดินกลับบ้าน เดินคิดนู้นนี่ไปเรื่อย ๆ แล้วก็คิดถึงเพื่อนรักฉันคนหนึ่ง (ฉันมีเพื่อนรักแค่ 2 คน) เราไม่ได้คุยกันนานหลังจากทริปเกาะสวรรค์เมื่อเดือนที่แล้ว  ฉันกับเพื่อนอยู่กันคนละจังหวัด เมื่อก่อนเราก็อยู่ที่เดียวกันที่ละ แต่ด้วยเหตุจำเป็นบางอย่าง ทำให้เขาต้องย้ายไป
ฉันว่าคืนนี้จะโทรหาสักหน่อย เพื่อนรักฉันคนนี้เราคบกันมาเกือบ 10 ปี รู้จักกันแบบ ว้าว มาก  เขามาจากคำอธิฐานของฉัน อะไรนะ?? งงละซี
คืออย่างนี้ สมัยก่อน จะมีหนังเรื่องหนึ่งชื่อว่า My best friend wedding ถ้าใครเคยดู นางเอกจูเลีย โรเบิร์ต มีเพื่อนสนิทชื่อจอร์จ เป็นผู้ชายหน้าตาดี และรักเพื่อนมาก แล้วเขาก็เป็นเกย์  ใช่เลย สเป็คเพื่อนในฝัน ฉันอยากได้แบบนี้เลย  ฉันเลยอธิฐาน ฉันอยากได้เพื่อนแบบนี้ คนที่รักฉัน ดูแลฉัน เป็นเพื่อนที่แสนดี และแล้ว พระเจ้าก็ส่งจอร์จมาให้ฉัน และเขาก็เป็น….เกย์

จอร์จเป็นเพื่อนรัก ที่รู้ใจ เข้าใจฉันทุกอย่างและอยู่ข้างฉันเสมอ เราเคยมีช่วงเวลาที่ลำบากมาด้วยกัน ความผูกพันมันจึงมากขึ้น เราไม่จำเป็นต้องโทรหากันทุกวัน แต่ทุกครั้งที่คุยกันก็ต่อกันติดเสมอ หลายวันแล้วที่ฉันไม่เห็นจอร์จอัพเดทสเตตัสของเขา เพราะปกติฉันจะเห็นเขาเฮฮาที่หน้า wall facebook เสมอ  ฉันเลยโทรหาจอร์จประมาณ 4 ทุ่ม โทรไป 4 ครั้งกับ 2 เบอร์ ฉันส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ อะไรเนี่ย ไม่ใช่นิสัยจอร์จเลยนะ เขาเป็นพวกมือถือติดตัวตลอด น้อยมากที่จะไม่รับสายฉัน  เกิดอะไรขึ้น?

ประมาณ 5 ทุ่ม จอร์จโทรกลับมา คำแรกที่ฉันพูด ตามประสาเพื่อนสนิท “โอ้ อีนี่ กูนึกว่ามึงตายห่าไปซะแล้ว”
จอร์จตอบกลับ “มึงรู้ได้ไง มึงคือเพื่อนกูจริง ๆ เลยนะ แอนา” แล้วก็ปล่อยโฮ
“มึงเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไรมึง” ฉันก็พลอยตกใจไปด้วย เพราะน้อยมาก ที่จอร์จจะร้องไห้แบบนี้  ไม่นับรวมตอนเลิกกับแฟนนะ
จอร์จร้องไห้ สะอึกสะอื้น พรั่งพรูเรื่องราวต่าง ๆ ออกมา ฉันอึ้ง ช็อค สับสน อะไรเนี่ย ทำไม ไม่จริงใช่ไหม โอ้ยไม่นะ ไม่ ๆ ๆ
“มึงอำกูเล่นใช่ไหม อย่ามานะมึง”
จอร์จตอบเสียงปนสะอื้น “เรื่องจริง”
แค่นั้นละ ฉันปล่อยโฮออกมาเเลย ใจหาย แทบขาดใจ อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องโกหก

พระเจ้าส่งจอร์จมาให้ฉัน แล้วทำไมจะเอาเขากลับไปเสียละ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s